
4.8 | 7,290+ รีวิว
มากกว่า 100,000 คน
42+ บริษัทประกัน | 928+ Reviews
ประกันภัยชั้น 1 (ซ่อมเขา ซ่อมเรา สูญหาย ไฟไหม้ น้ำท่วม) จะเป็นประเภทที่คุ้มค่าและมีคนใช้กันเยอะมากที่สุด ประกันประเภทนี้จะเป็นประเภทที่คุ้มครองครอบคลุมมากที่สุด โดยที่ประกันชั้น 1 นี้มีขอบเขตความคุ้มครองคือ คุ้มครองต่อความเสียหายชีวิต ร่างกายหรืออนามัยของผู้เอาประกันและคู่กรณี, คุ้มครองความเสียหายของทรัพย์สินของบุคคลของผู้เอาประกันและคู่กรณี, คุ้มครองรถยนต์สูญหาย ไฟไหม้ หรือน้ำท่วมกับรถของผู้เอาประกัน - โดยปกติแล้วเบี้ยประกันของประกันชั้น 1 จะแพงที่สุด แต่ถ้ารถใช้งานเยอะ ได้วิ่งทำงานเยอะ ประกันประเภทนี้จะคุ้มค่ามากที่สุดเช่นกัน
สำหรับประกันประเภท 2+ (ซ่อมเขา ซ่อมเรา สูญหาย ไฟไหม้) นั้นจะเป็นเภทที่คุ้มค่ารองลงมาจากประกันชั้น 1 ประกันประเภทนี้มีขอบเขตความคุ้มครองเหมือนกับประเภท 1 คุ้มครองความเสียหายต่อชีวิตและร่างกายและทัพย์สินของผู้เอาประกันและคู่กรณี แต่ไม่ประกันเภทนี้ในการเคลมอุบัติเหตุจะต้องมีคู่กรณี (เคลมได้ก็ต่อเมื่อมีคู่กรณีเป็นยานพาหนะทางบก เช่นชนรถยนต์ หรือรถมอเตอร์ไซค์) ประกันชั้น 2+ นี้เป็นที่นิยมเช่นกันหากใช้รถน้อย
ประกันภัยชั้น 3+ (ซ่อมเขา ซ่อมเรา) นั้นมีความคุ้มครองเหมือนประกันภัยรถยนต์ชั้น 2+ แต่จะไม่มีความคุ้มครองของรถหาย ไฟไหม้ โดยประกันประเภทนี้ จะคุ้มครองความเสียหายต่อชีวิต, ร่างกาย และทรัพย์สินของผู้เอาประกันและคู่กรณี แต่จะไม่คุ้มครองรถหาย หรือไฟไหม้ และจะต้องมีคู่กรณีที่เป็นยานพาหนะทางบก เช่นรถยนต์ หรือรถมอเตอร์ไซค์ เท่านั้นในการเคลมอุบัติเหตุ
ประกันภัยชั้น 3 นี้จะเป็นประเภทที่ประหยัดที่สุด เหมาะกับคนที่ใช้รถน้อยจริงๆเพราะเนื่องจากประกันชั้น 3 นี้มีความคุ้มครองให้แค่บุคคลที่สาม ประกันเภทนี้จะไม่คุ้มครองรถยนต์และทรัพย์สินของผู้เอาประกัน จะไม่มีความคุ้มครองของรถยนต์ สูญหาย ไฟใหม้และน้ำท่วม แต่จะมีความคุ้มครองความเสียหายของทรัพย์สินของคู่กรณี และความเสียหายของชีวิต ร่างกายทั้งเราและคู่กรณี
เนื่องด้วยที่ว่าเงื่อนไขการรับประกันภัยของแต่ละบริษัทประกันในนั้นจะต่างกันไป ทางเราจึงแนะนำให้ศึกษาเงื่อนไขก่อนแต่ละแผน หรือแต่ละบริษัทประกันที่ท่านนั้นได้เลือกซื้ออยู่ก่อนที่จะตกลงชำระเงินและทำประกัน
รถไฮบริดแบบนี้จะเป็นรถที่ใช้ระหว่างน้ำมันและไฟฟ้า แต่ไม่สามารถเลือกให้ใช้พลังงานใดพลังงานหนึ่งเหมือน PHEV ได้ และไม่สามารถชาร์ทไฟฟ้าเติมเข้าไปในตัวแบตเตอร์รี่ได้เช่นกัน เช่น Toyota Prius
ปลิ๊กอิน ไฮบริด เป็นรถที่วิ่งผสมผสานกันระหว่างน้ำมัน และไฟฟ้า รถแบบนี้สามารถวิ่งด้วยน้ำมันก็ได้ หรือวิ่งด้วยพลังงานไฟฟ้าก็ได้ ไฟฟ้าหมดได้ในการวิ่ง และห้ามน้ำมันหมดนะครับ เนื่องจากเครื่องรูปแบบนี้จะใช้การชาร์ทด้วยน้ำมัน หรือการเสียบชาร์ทเท่านั้น เช่น Mercedes-Benz E350e
รถยนต์ EV เป็นรถยน์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้า 100% หรือที่เรียกกันว่า Pure Energy ซึ่งระบบทั้งหมดของรถจะถูกขับเคลื่อนด้วยแบตเตอร์รี่บรรจุไฟฟ้าและต้องชาร์ทเพื่อนำกระแสไฟเข้าแบตเตอร์รี่เพื่อทำการวิ่งเท่านั้น รถ EV แบบนี้จะเป็นรถพลังงานสะอาดโดยที่ไม่ปล่อยมลพิษทั้งทางอากาศและเสียงเลย เช่น Telsa Model 3
E-Power เป็นหลังงานรูปแบบร่วมกันระหว่าง มอเตอร์ไฟฟ้ากับระบบเครื่องกำเนิดไฟฟ้า แบบ E-Power นี้การทำงานจะคล้ายๆ ระบบไฮบริด HEV ซึ่งจะใช้งานรและทำงานร่วมกันระหว่างมอเตอร์ไฟฟ้า แต่ของ E-Power จะมีเครื่องปั่นไฟในการปั่นไฟเก็บไว้ในแบตเตอร์รี่ และส่งต่อไปให้กับเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าในการวิ่ง เช่น Nissan Kicks
เป็นรถยนต์แบบที่ใช้ระบบไฮโดรเจนเหลวมาเป็นตัวแปลงให้เป็นหลังงานไฟฟ้าในการวิ่งและขับเคลื่อนรถยนต์ ช่วงราคาที่แสดงเป็นค่าประมาณ ขึ้นอยู่กับแผน/ความคุ้มครอง โปรไฟล์ผู้เอาประกัน และแคมเปญปัจจุบัน แนะนำให้ตรวจสอบใบเสนอราคาจริงตารางเปรียบเทียบราคาโดยบริษัทประกัน
ประเภท บริษัทประกัน ช่วงเบี้ย (THB) หมายเหตุ 1 วิริยะประกันภัย ซ่อมอู่: 10,000–26,000; ซ่อมห้าง: 13,000–33,000 1 กรุงเทพประกันภัย ซ่อมอู่: 11,000–25,500; ซ่อมห้าง: 14,000–32,000 1 ทิพยประกันภัย ซ่อมอู่: 10,500–24,500; ซ่อมห้าง: 13,500–31,000 1 เอ็มเอสไอจีประกันภัย ซ่อมอู่: 10,200–24,000; ซ่อมห้าง: 13,200–30,000 1 โทคิโอมารีนประกันภัย ซ่อมอู่: 10,400–24,800; ซ่อมห้าง: 13,400–31,000 1 ซมโปะประกันภัย ซ่อมอู่: 10,100–23,800; ซ่อมห้าง: 13,100–30,000 1 แอลเอ็มจีประกันภัย ซ่อมอู่: 9,900–23,500; ซ่อมห้าง: 12,900–29,500 1 ชับบ์สามัคคีประกันภัย ซ่อมอู่: 10,100–24,000; ซ่อมห้าง: 13,100–29,800 1 ไทยวิวัฒน์ประกันภัย ซ่อมอู่: 7,500–23,000; ซ่อมห้าง: 12,500–29,000 1 เทเวศประกันภัย ซ่อมอู่: 9,700–22,800; ซ่อมห้าง: 12,400–28,800 2+ วิริยะประกันภัย 6,000–12,500 (ประเภทการซ่อมอาจแตกต่าง) 2+ กรุงเทพประกันภัย 6,200–12,200 (ประเภทการซ่อมอาจแตกต่าง) 2+ เอ็มเอสไอจีประกันภัย 5,900–11,800 (ประเภทการซ่อมอาจแตกต่าง) 2+ ซมโปะประกันภัย 5,700–11,600 (ประเภทการซ่อมอาจแตกต่าง) 2+ ทิพยประกันภัย 5,900–12,000 (ประเภทการซ่อมอาจแตกต่าง) 2+ แอลเอ็มจีประกันภัย 5,600–11,500 (ประเภทการซ่อมอาจแตกต่าง) 2+ นวกิจประกันภัย 5,500–11,000 (ประเภทการซ่อมอาจแตกต่าง) 2+ เทเวศประกันภัย 5,500–10,900 (ประเภทการซ่อมอาจแตกต่าง) 3+ กรุงเทพประกันภัย 5,000–9,500 (ประเภทการซ่อมอาจแตกต่าง) 3+ เอ็มเอสไอจีประกันภัย 4,800–9,200 (ประเภทการซ่อมอาจแตกต่าง) 3+ ไทยวิวัฒน์ประกันภัย 4,700–9,000 (ประเภทการซ่อมอาจแตกต่าง) 3+ นวกิจประกันภัย 4,600–8,900 (ประเภทการซ่อมอาจแตกต่าง) 3+ ซมโปะประกันภัย 4,700–9,100 (ประเภทการซ่อมอาจแตกต่าง) 3+ เทเวศประกันภัย 4,600–8,900 (ประเภทการซ่อมอาจแตกต่าง) 3+ ฟอลคอนประกันภัย 4,400–8,600 (ประเภทการซ่อมอาจแตกต่าง) 3 Muang Thai 1,600–4,000 (ประเภทการซ่อมอาจแตกต่าง) 3 เทเวศประกันภัย 1,700–3,800 (ประเภทการซ่อมอาจแตกต่าง) 3 ฟอลคอนประกันภัย 1,650–3,600 (ประเภทการซ่อมอาจแตกต่าง) 3 นวกิจประกันภัย 1,700–3,700 (ประเภทการซ่อมอาจแตกต่าง) 3 แอลเอ็มจีประกันภัย 1,750–3,900 (ประเภทการซ่อมอาจแตกต่าง) 3 ทิพยประกันภัย 1,750–3,950 (ประเภทการซ่อมอาจแตกต่าง)
ประกันรถไฟฟ้าเหมาะสำหรับผู้ที่ใช้รถยนต์ไฮบริด ปลั๊ก-อิน ไฮบริด หรือรถ EV เต็มรูปแบบ ทั้งผู้ที่ใช้รถประจำวันเพื่อการเดินทางไปทำงาน และผู้ที่ใช้รถเป็นครั้งคราว รวมถึงเจ้าของรถ E-Power และรถพลังงานไฮโดรเจน
ขั้นตอนการซื้อ และเอกสารที่ต้องใช้ในการทำประกันภัยรถยนต์สำหรับทุกบริษัทประกันมี :
*บางบริษัทประกันนั้น ทางลูกค้าสามารถถ่ายรูปรถ (ซ้าย,ขวา,หน้า,หลัง) ส่งเข้ามาเพื่อทำการตรวจสภาพรถเองได้ทันที แต่บางบริษัทประกันจะเป็นคนตรวจสภาพรถของท่านเอง ซึ่งทางบริษัทประกันจะโทรไปนัดสถานที่ และไปหาท่านเพื่อตรวจสภาพรถ (โปรดดูรายละเอียดแผนประกันที่ตรวจสภาพรถเองได้ และแผนที่บริษัทประกันนั้นตรวจเองได้เวลาเปรียบเทียบแผนประกัน)
เอกสารต่างๆสามารถส่งเข้ามาเป็นรูปถ่ายได้ผ่านทาง LINE แชทกับทางเรา หรือผ่านทาง Email [email protected]
ในตอนนี้ประกันประกันเริ่มมีการตอบรับการรับประกันภัยของรถไฟฟ้ามากขึ้น ซึ่งรถไฟฟ้าทุกชนิดที่จดทะเบียนขนส่งได้ จะสามารถซื้อรปะกันรถสำหรับรถไฟฟ้าของท่านได้เช่นกัน ทางเราแนะนำให้ท่านลองเลือกยี่ห้อ และรุ่นรถของท่านและลองเช็คผ่านระบบของทางเรา หากไม่มีแผนที่ท่านต้องการ หรือแผนใดขึ้นเลย ทางเราแนะนำให้ท่านติดต่อเราโดยตรง เพื่อให้ทางเรานั้นเช็คเบี้ยประกันให้กับท่าน
ในตอนนี้รถยนต์ไฟฟ้าที่สามารถประกันภัยได้มียี่อห้อ TAKANO, BYD, Fomm, MG, Hyundai, NISSAN, MINI, KIA, AUDI, BMW, Jaguar, PORSCHE, Mercedes-Benz และอื่นๆอีกมากมาย
การรับประกันภัยของรถไฟฟ้าจะเป็นการรับประกันภัยภายใต้ของกรมธรรม์ประกันรถธรรมดาที่มีอยู่ในท้องตลาดในขณะนี้ ซึ่งจะมีความคุ้มครองเหมือนกับประกันรถอื่นๆ ที่ท่านนั้นคุยเคย : ประกันชั้น 1,2+,3+ และ 3
แบบการซ่อมของประกันรถไฟฟ้า จะมีด้วยกัน 2 แบบ คือซ่อมอู่และซ่อมห้าง ซึ่งทางผู้เอาประกันนั้นจะเช็คกับทางเราว่า อู่และห้างของแต่ละบริษัทประกันของรถไฟฟ้าของท่านนั้นมีอะไรบ้าง
หมายถึง อุปกรณ์เพิ่มเติมพิเศษ สำหรับรถยนต์บางประเภท ซึ่งทำให้ความเสี่ยงภัยในการใช้รถเพิ่มขึ้น และมีผลทำให้ค่าสินไหมทดแทนเพิ่มขึ้นด้วย เช่น ล้อ max, ชุดแต่งกันชนหน้าหลัง, สปอยเลอร์ เป็นต้น
กรมธรรม์รถหากเป็นกรมธรรม์ที่มีความคุ้มครองเพิ่มเติม ผู้เอาประกันจะสามารถเลือกได้ว่าจะคุ้มครองอะไรในตัวรถบ้าง โดยที่ให้บวกค่าอุปกรณ์ตกแต่งไปกับทุนประกันได้ทันที เช่น ทุนประกันที่ต้องการ (เช่น ทุนรถยนต์ 400,000 บาท อุปกรณ์ดัมพ์หรือเครื่องไฮดรอลิค (Hydraulic) 50,000 บาท ให้ใส่ 450,000 บาท) อุปกรณ์เพิ่มเติม เช่น อุปกรณ์ดัมพ์หรือเครื่องไฮดรอลิค (Hydraulic) หรือรถยนต์บรรทุกที่มีเครื่องทำความเย็น ฯลฯ
หลังจากการชำระเงินเรียบร้อยแล้ว ทางเราจะเปิดความคุ้มครองให้ทันทีของคุณทันที ซึ่งหากเกิดเหตุ ผู้เอาประกันสามารถโทรแจ้งอุบัติเหตุได้ทันทีกับทาง Hotline ของบริษัทประกันแต่ละบริษัท
กรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ทุกกรมธรรม์จะมีเบอร์ Hotline แต่ละบริษัทประกันอยู่แล้ว ถ้ามีการเกิดเหตุขึ้นทางผู้เอาประกันสามารถโทรแจ้งเคลมได้ตลอด 24 ชั่วโมง จันทร์- อาทิตย์ โดยผู้เอาประกันสามารถเช็คเบอร์โทร Hotline ของแต่ละบริษัทประกันได้ที่ เบอร์แจ้งเหตุบริษัทประกัน
การระบุชื่อนั้นโดยปกติแล้วจะทำให้ค่าเบี้ยประกันถูกลง แต่โดยส่วนมากแผนประกันที่ทางบริษัทประกันนั้นทำออกมานั้นจะได้ทำส่วนลดระบุชื่อผู้ขับขี่เข้าไปแล้ว ซึ่งเบี้ยที่อยู่บนหน้าเว็บไซค์ของเราได้รวมส่วนลดระบุชื่อผู้ขับขี่เข้าไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วซึ่งไม่สามารถระบุผู้ขับขี่เพิ่มเติมได้ โดยบางทีสำหรับบางบริษัทเวลาระบุชื่อผู้ขับขี่เข้าไปเบี้ยประกันอาจจะแพงว่าเดิม ด้วยเนื่องจากส่วนลดผู้ขับขี่ต้องพ่วงเข้าไปกับฐานเบี้ยประกันที่ยังไม่ได้ทำส่วนลดออกมา เบี้ยเลยแพงว่าเบี้ยปกติ
การรับประกันภัยรถยนต์นั้นจะขึ้นอยู่กับบริษัทประกันนั้นเป็นคนกำหนด แต่ละบริษัทนั้นจะรับปีรถที่ไม่เหมือนกัน แต่โดยส่วนมาก ประกันรถยนต์ชั้น 1 นั้นทางบริษัทประกันจะรับรถไม่เกิน 7 ปี และชั้น 2+ 3+ รับรถไม่เกิน 15 ปี และประกันรถชั้น 3 นั้นจะไม่จำกัดอายุรถ
ในส่วนของส่วนลดประวัติดี ถ้าหากไม่มีการเกิดการเคลมเกิดขึ้น จะได้ส่วนลดประวัติดี 20% ถ้าไม่มีเคลมเกิดขึ้นค่าเบี้ยประกันจะถูกลงไป 20% ในปีต่อไปจนถึงระยะเวลากำหนดของทางบริษัทประกัน *ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับบริษัทประกันเป็นคนกำหนด บางบริษัทมีส่วนลดประวัติดีให้และบางบริษัทไม่มีส่วนลด
ด้วยข้อกฏหมายของทาง คปภ. หากติดกล้องแล้วทางผู้เอาประกันจะได้ส่วนลดเพิ่มขึ้น 5% เวลาเช็คเบี้ยประกันผ่านทางหน้าเว็บไซค์ของเราอย่าลืมกด "มีกล้อง" เพื่อดูแผนประกันที่ได้มีส่วนลดกล้องเข้าไปแล้ว
ในส่วนของกรมธรรม์จะรับได้เป็นกรมธรรม์ตัวจริง กับ PDF ไฟล์เอกสาร
ในส่วนของไฟล์ PDF ทางลูกค้าสามารถรับได้ใน LINE หรือ Email ภายใน 1 วัน ซึ่งทางลูกค้าสามารถพิพม์จากไฟล์นี้และใช้งานได้จนกว่าท่านจะได้รับกรมธรรม์ตัวจริง
ในส่วนของกรมธรรม์ตัวจริง ระยะเวลาการออกกรมธรรม์จะขึ้นอยู่กับบริษัทประกันว่าแต่ละที่ใช้เวลาประมาณเท่าไหร่ โดยประมาณแล้วเอกสารตัวจริงจากบริษัทประกันจะใช้เวลาไม่เกิน 7 วันซึ่งทางเราจะจัดส่งไปให้ตามที่สุดจัดส่งเอกสารของท่าน หรือท่านสามารถเข้ามารับเองได้ทันทีที่ออฟฟิศของเรา
ในส่วนของช่องทางการชำระเงิน ทางเรามีหลากหลายวิธีการชำระเงิน โปรดดูรายละเอียดได้ที่ ช่องทางการชำระเงิน
สามารถติดต่อเราได้ที่ Hotline : 02-985-9000 หรือ LINE@ @checkdi หรือ Email : [email protected]
เวลาทำการ จ-ส : 08:00 - 17:30