Benefits & highlights
1. ลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้เป็นระยะเวลา 3 เดือน ดังนี้-กรณีที่ 1 เขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยขั้นรุนแรงเดือนที่ 1 - 3 = 0% ต่อปี (เงินงวดผ่อนชำระ 0 บาท) หรือ-กรณีที่ 2 เขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยไม่รุนแรงเดือนที่ 1 - 3 = 3% (ผ่อนชำระเฉพาะดอกเบี้ย) ทั้งนี้ ลูกหนี้ที่ใช้สิทธิขอลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ในช่วงระยะเวลา 3 เดือน เมื่อครบกำหนดระยะเวลารับสิทธิส่วนลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ให้กลับไปใช้อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ตามผลิตภัณฑ์เดิม ที่ลูกหนี้เลือกใช้ก่อนเข้าร่วมโครงการ2. กู้เพิ่มเพื่อปรับปรุง/ซ่อมแซมอาคาร/ซื้ออุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวกที่เกี่ยวเนื่องเพื่อประโยชน์ในการอยู่อาศัย
Product details
รายละเอียดและเงื่อนไขสินเชื่อ
ประเภทวงเงินสินเชื่อวงเงินแบบมีระยะเวลา
หลักประกันที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างแฟลตให้เช่า/บ้านเช่า
อายุผู้กู้ (บุคคลธรรมดา)20-70 ปี (อายุผู้กู้รวมกับระยะเวลากู้ได้ไม่เกิน 70 ปี)
เงื่อนไขของวงเงินสินเชื่อ- อัตราส่วนวงเงินกู้ต่อมูลค่าที่ดินและอาคาร : สูงสุดไม่เกินร้อยละ 80- อัตราส่วนวงเงินกู้ต่อมูลค่าที่ดิน : ไม่เกิน 8:1 - อัตราส่วนเงินกู้ต่อเงินทุนส่วนตัว : ไม่เกิน 2:1- กรณีใช้อัตราดอกเบี้ยผลิตภัณฑ์ปี 2569 DCR ไม่น้อยกว่า 1.20
เงื่อนไขระยะเวลาการกู้ยืมธนาคารจะพิจารณาระยะเวลาการกู้ตามความเหมาะสมของแต่ละโครงการ
ดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมหลัก
อัตราดอกเบี้ยผิดนัดชำระหนี้คิดจากอัตราดอกเบี้ยสูงสุดปกติตามสัญญา และบวกเพิ่มร้อยละ 3 ต่อปี
ค่าธรรมเนียมการใช้สินเชื่อ (Front-End Fee)0.25% ของวงเงินสินเชื่อที่ได้รับอนุมัติ
เงื่อนไข:
0.25% ของวงเงินสินเชื่อที่ได้รับอนุมัติ
ค่าธรรมเนียมการจัดการสินเชื่อ (Management Fee)ไม่มีค่าธรรมเนียม
ค่าธรรมเนียมผูกพันวงเงินสินเชื่อ (Commitment Fee)ไม่มีบริการ
ค่าธรรมเนียมชำระคืนสินเชื่อก่อนครบกำหนด (Prepayment Fee)1 - 4% ของเงินต้นคงเหลือ
เงื่อนไข:
กรณีไถ่ถอนจํานองก่อนกําหนด หรือชำระหนี้เงินกู้ปิดบัญชีเสร็จสิ้นก่อนกำหนดทุกกรณี คิดเบี้ยปรับ1) สินเชื่อประเภทแฟลตให้เช่า- สำหรับผู้กู้ใช้อัตราดอกเบี้ย ประเภท MLR(1) ภายในระยะเวลา 1 ปี นับจากวันทำสัญญากู้เงิน คิดเบี้ยปรับ ร้อยละ 3.00 ของเงินต้นคงเหลือ ณ วันชำระหนี้ปิดบัญชี(2) ภายในระยะเวลา 2 ปี นับจากวันทำสัญญากู้เงินคิดเบี้ยปรับ ร้อยละ 2.50 ของเงินต้นคงเหลือ ณ วันชำระหนี้ปิดบัญชี(3) ภายในระยะเวลา 3 ปีนับจากวันทำสัญญากู้เงิน คิดเบี้ยปรับ ร้อยละ 2.00 ของเงินต้นคงเหลือ ณ วันชำระหนี้ปิดบัญชี- กรณีผู้กู้ใช้อัตราดอกเบี้ยต่ํากว่า MLRภายในระยะเวลา 7 ปีนับจากวันทำสัญญากู้เงิน คิดเบี้ยปรับ ร้อยละ 1.00 ของเงินต้นคงเหลือ ณ วันชำระหนี้ปิดบัญชี2) สินเชื่อประเภทบ้านเช่า- สำหรับผู้กู้ใช้อัตราดอกเบี้ย ประเภท MLR(1) ภายในระยะเวลา 1 ปี นับจากวันทำสัญญากู้เงิน คิดเบี้ยปรับ ร้อยละ 4.00 ของเงินต้นคงเหลือ ณ วันชำระหนี้ปิดบัญชี(2) ภายในระยะเวลา 2 ปี นับจากวันทำสัญญากู้เงิน คิดเบี้ยปรับ ร้อยละ 3.50 ของเงินต้นคงเหลือ ณ วันชำระหนี้ปิดบัญชี(3)ภายในระยะเวลา 3 ปี นับจากวันทำสัญญากู้เงิน คิดเบี้ยปรับ ร้อยละ 3.00 ของเงินต้นคงเหลือ ณ วันชำระหนี้ปิดบัญชี- กรณีผู้กู้ใช้อัตราดอกเบี้ยต่ํากว่า MLRภายในระยะเวลา 7 ปี นับจากวันทำสัญญากู้เงินคิดเบี้ยปรับ ร้อยละ 1.00 ของเงินต้นคงเหลือ ณ วันชำระหนี้ปิดบัญชี
ค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินรายปี (Annual Fee)ไม่มีค่าธรรมเนียม
ค่าธรรมเนียมอื่นๆ
ค่าธรรมเนียมยกเลิกวงเงินสินเชื่อ (Cancellation Fee)ไม่มีค่าธรรมเนียม
ค่าธรรมเนียมการขยายระยะเวลาการใช้วงเงินสินเชื่อ (Extension Fee)ไม่มีค่าธรรมเนียม
ค่าสำรวจและประเมินราคาหลักประกัน (ผู้ประเมินภายใน)ไม่มีค่าธรรมเนียม
ค่าสำรวจและประเมินราคาหลักประกัน (ผู้ประเมินภายนอก)ไม่มีค่าธรรมเนียม
เงื่อนไข:
ปี 2569 ยกเว้นค่าธรรมเนียมประเมินราคาหลักประกัน
ค่าติดตามทวงถามหนี้ไม่มีค่าธรรมเนียม
ค่าตรวจสอบข้อมูลเครดิตไม่มีค่าธรรมเนียม
ค่าขอสำเนาใบแจ้งยอดบัญชีแต่ละงวด (ชุดที่ 2 เป็นต้นไป)ไม่มีบริการ
Conditions
- กรณีบุคคลธรรมดา กำหนดระยะเวลาการให้กู้ไม่เกิน 30 ปี โดยอายุของผู้กู้เมื่อรวมกับระยะเวลาที่ขอกู้ต้องไม่เกิน 70 ปี- กรณีนิติบุคคล เป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนตามกฎหมายไทยซึ่งมีบุคคลสัญชาติไทยถือหุ้นเกินกว่าร้อยละ 50 ของทุนจดทะเบียน โดยนิติบุคคลนั้นต้องชำระทุนจดทะเบียนแล้วไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 ของวงเงินกู้ และงบการเงินย้อนหลัง 3 ปี จะต้องไม่ขาดทุนต่อเนื่อง จนส่งผลให้ส่วนของผู้ถือหุ้นติดลบ และให้กรรมการลงลายมือชื่อผูกพันบริษัททุกท่าน หรือผู้ถือหุ้นรายใหญ่เป็นอันดับแรก หรือบริษัทใหญ่ (บริษัทแม่) ค้ำประกันส่วนตัวเต็มวงเงินกู้ ทั้งนี้ กรณีบริษัทอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ กรรมการลงลายมือชื่อผูกพันบริษัทไม่ต้องค้ำประกันส่วนตัว- เป็นลูกหนี้เดิมของ ธอส.ซึ่งหลักประกันแฟลต/บ้านเช่า ได้รับผลกระทบจากสาธารณภัย/แผ่นดินไหว/เหตุการณ์ชายแดน ไม่เกิน 12 เดือน นับตั้งแต่วันที่ประสบสาธารณภัย/เกิดเหตุการณ์ชายแดน- ในวันที่ยื่นคำขอจะต้องมีสถานะบัญชีปกติ หรือมีการค้างชำระตั้งแต่งวดเดือนที่ได้รับผลกระทบจากสาธารณภัยเป็นต้นไป หรือลูกหนี้ที่ค้างชำระ แต่ยังไม่เป็น NPL - ไม่อยู่ในมาตรการช่วยเหลือของธนาคารหรือข้อตกลงประนอมหนี้กับธนาคาร-กรณีกู้เพิ่ม - วันที่ยื่นกู้ขอใช้โครงการนี้ต้องไม่มีหนี้ค้างชำระ - ความสามารถในการชำระหนี้ (DCR) เฉลี่ยทั้งโครงการไม่ต่ำกว่า 1.20 เท่า - อัตราการเช่าพักจากการสำรวจตลาดคู่แข่ง หรือของหลักประกัน ไม่น้อยกว่า 80%